วินาทีที่ทันตแพทย์บอกว่าถอดเครื่องมือได้แล้ว น่าจะเป็นช่วงเวลาที่คนทำฟันทุกคนรอคอย เพราะนั่นหมายถึงการสิ้นสุดการดึงฟัน และพร้อมอวดรอยยิ้มใหม่ที่เรียงตัวสวยงาม แต่หลังจากเคลียร์ช่องปากและถอดอุปกรณ์ออก ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันโลหะ หรือการจัดฟันรูปแบบอื่น ๆ ทันตแพทย์มักจะย้ำเสมอว่า “อย่าลืมใส่รีเทนเนอร์เด็ดขาด” จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า สรุปแล้วเครื่องมือชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างไร? รีเทนเนอร์ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม? บทความนี้ Veranda Dental Clinic จะพาไปเจาะลึกทุกข้อควรรู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลรอยยิ้มสวย ๆ ให้อยู่คู่กับใบหน้าไปอีกนานแสนนาน
ทำไมถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว ยังต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน?
ช่วงที่เราจัดฟัน ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือเพื่อสร้างแรงดึงให้รากฟันค่อย ๆ เคลื่อนผ่านกระดูกขากรรไกรไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง เมื่อเราถอดเครื่องมือออก กระดูกและเหงือกรอบรากฟันจะยังไม่แข็งแรงพอที่จะล็อกฟันให้อยู่กับที่ได้อย่างมั่นคงถาวร
นอกจากนี้ ตามธรรมชาติแล้วฟันของเรามีแนวโน้มที่จะขยับกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมก่อนจัดฟันอยู่เสมอ การใส่เครื่องมือคงสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนแม่พิมพ์ที่ช่วยประคองให้เหงือก กระดูก และเนื้อเยื่อรอบรากฟันได้ปรับตัวและสร้างความแข็งแรงเพื่อล็อกฟันไว้ในตำแหน่งใหม่
ไขข้อสงสัย รีเทนเนอร์ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม?

สำหรับคำถามยอดฮิตที่ว่า รีเทนเนอร์ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม คำตอบสั้น ๆ คือ “ใช่” แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใส่ติดปากไว้ตลอด 24 ชั่วโมงไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวและสร้างความมั่นคงให้ตำแหน่งฟันได้เอง ทันตแพทย์จึงมักจะแนะนำให้ค่อย ๆ ลดความถี่ในการใส่ลงตามระยะเวลา ดังนี้
ระยะ 1-2 ปีแรกหลังจัดฟัน (ใส่เกือบตลอดเวลา)
ช่วงแรกหลังถอดเครื่องมือ คือช่วงที่ฟันมีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะเคลื่อนกลับที่เดิม ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์ให้ได้ประมาณ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน พูดง่าย ๆ คือให้ถอดออกเฉพาะตอนรับประทานอาหาร และตอนแปรงฟันเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่ากระดูกเบ้าฟันมีการปรับโครงสร้างจนยึดรากฟันได้อย่างมั่นคงจริง ๆ
ระยะปีที่ 2 เป็นต้นไป (ใส่เฉพาะเวลานอน)
เมื่อทันตแพทย์ประเมินแล้วว่ารากฟันเริ่มอยู่ตัว และมีความเสถียรมากขึ้น ก็จะอนุญาตให้ลดเวลาสวมใส่ลง เหลือเพียงแค่ใส่ตอนนอนหลับตอนกลางคืน (ประมาณ 6-8 ชั่วโมง)
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างร่างกายและกระดูกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามอายุที่เพิ่มขึ้น การใส่รีเทนเนอร์ตอนนอนอย่างสม่ำเสมอไปตลอด จึงเป็นวิธีที่ง่าย และปลอดภัยที่สุด ในการรักษาสภาพฟันให้เรียงสวยเหมือนเพิ่งถอดเครื่องมือใหม่ ๆ
รีเทนเนอร์มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิต
เพื่อให้การใส่รีเทนเนอร์ไม่ใช่เรื่องน่าอึดอัด ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเครื่องมือออกมาหลายรูปแบบ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)
เป็นรูปแบบคลาสสิกที่เห็นกันคุ้นตา ฐานทำจากพลาสติกหรืออะคริลิกที่แนบไปกับเพดานปาก และมีเส้นลวดโลหะพาดผ่านด้านหน้าของซี่ฟันเพื่อประคองไม่ให้ฟันเคลื่อน ข้อดีคือมีความทนทานสูงมาก ทันตแพทย์สามารถปรับแต่งแรงกดของลวดได้ง่าย และทำความสะอาดได้สะดวก แต่อาจจะมองเห็นเส้นลวดชัดเจนเวลาพูดหรือยิ้ม
รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer)
เครื่องมือประเภทนี้ผลิตจากพลาสติกใสชนิดพิเศษที่ขึ้นรูปมาให้ครอบพอดีกับตัวฟันของเราพอดี มีลักษณะคล้ายเครื่องมือจัดฟันใส ข้อดีคือมีความสวยงาม สวมใส่แล้วมองแทบไม่เห็น ทำให้หลายคนรู้สึกมั่นใจ ไม่กระทบต่อการออกเสียง แต่อาจจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าแบบลวด เนื่องจากวัสดุมีโอกาสฉีกขาดหรือเสื่อมสภาพจากการกัดเน้นฟันได้ง่ายกว่า
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
รีเทนเนอร์แบบนี้จะเป็นเส้นลวดขนาดเล็กที่ทันตแพทย์ติดกาวถาวรไว้ที่ด้านหลังของฟันหน้า (มักจะเป็นฟันหน้าล่าง) ข้อดีคือหมดปัญหาเรื่องการลืมใส่ ไม่ต้องคอยถอดเข้าออก และคนภายนอกมองไม่เห็นแน่นอน แต่ข้อควรระวังคือต้องมีวินัยในการใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟันบริเวณที่ติดลวดให้สะอาดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันคราบหินปูนสะสม
ลืมใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน ถึงเสี่ยงทำให้ฟันเคลื่อน?
เชื่อว่าหลายคนต้องมีช่วงเวลาที่เผลอลืมใส่ หรือทำรีเทนเนอร์หายจนไม่ได้ใส่ไปหลายวัน ซึ่งระยะเวลาที่ละเลยไปนั้น จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งฟันแตกต่างกันออกไป
กรณีลืมใส่ 1-2 วัน
การลืมใส่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ มักจะยังไม่ทำให้ฟันขยับจนผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อนำรีเทนเนอร์กลับมาใส่อีกครั้ง อาจจะรู้สึกตึง ๆ หรือคับฟันมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าฟันเริ่มมีการเคลื่อนตัว อาการตึงนี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเรากลับมาใส่ต่อเนื่องเป็นประจำ
กรณีลืมใส่ 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
ช่วงเวลานี้มีความเสี่ยงสูงที่ฟันจะเริ่มขยับออกจากตำแหน่งเดิมอย่างชัดเจน เมื่อพยายามนำรีเทนเนอร์อันเดิมมาใส่ จะรู้สึกเจ็บปวด คับแน่น หรือใส่ไม่ค่อยลงล็อก หากเจอแบบนี้ไม่ควรฝืนกดด้วยความรุนแรง เพราะอาจทำให้ชิ้นงานแตกหัก หรือเกิดอันตรายต่อตัวฟันได้ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินสภาพฟันจะปลอดภัยกว่า
กรณีไม่ได้ใส่เลยเป็นเวลานาน
หากทิ้งช่วงไปเป็นหลักหลายเดือนหรือหลายปี ฟันมีโอกาสเคลื่อนกลับไปซ้อนเก ห่าง หรือเกิดปัญหาฟันล้มได้อย่างสมบูรณ์ ในระยะนี้รีเทนเนอร์ชิ้นเดิมมักจะใส่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว และการทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ก็ไม่สามารถดันฟันที่ล้มให้กลับมาเรียงสวยเหมือนเดิมได้ ทันตแพทย์มักจะต้องแนะนำให้ประเมินการจัดฟันรอบใหม่เพื่อแก้ไขโครงสร้างฟันให้ถูกต้อง
ข้อควรปฏิบัติและวิธีดูแลทำความสะอาดรีเทนเนอร์
เพื่อให้รีเทนเนอร์คู่ใจอยู่กับเราไปนาน ๆ และไม่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ควรดูแลทำความสะอาดอย่างถูกวิธีดังนี้
- ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน: แปรงรีเทนเนอร์เบาๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มและน้ำสบู่อ่อนๆ หลีกเลี่ยงยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบ เพราะจะทำให้พลาสติกเป็นรอยขีดข่วนและสะสมคราบสกปรก
- ใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาด: แนะนำให้แช่รีเทนเนอร์ในน้ำที่ละลายเม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาดฟันปลอมหรือรีเทนเนอร์โดยเฉพาะ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดคราบฝังลึกและลดกลิ่นอับ
- ห้ามล้างหรือแช่ด้วยน้ำร้อนเด็ดขาด: ความร้อนจะทำให้พลาสติกบิดเบี้ยว เสียรูปทรง และพังจนไม่สามารถนำกลับมาใส่ได้อีก
- เก็บในกล่องที่มิดชิดเสมอ: เมื่อถอดออก ควรล้าง เช็ดให้แห้ง และเก็บใส่กล่องรีเทนเนอร์ทันที ห้ามห่อด้วยกระดาษทิชชูวางไว้บนโต๊ะอาหารเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเผลอปัดทิ้งหรือถูกเก็บไปทิ้งโดยไม่ตั้งใจ
ปรึกษาและทำรีเทนเนอร์คู่ใหม่ ที่ Veranda Dental Clinic

หากรีเทนเนอร์ชิ้นเดิมหล่นหาย ชำรุด ใส่แล้วรู้สึกเจ็บตึงผิดปกติ หรือแค่อยากทำรีเทนเนอร์สำรองเพิ่มไว้อีกสักชุดเพื่อความอุ่นใจ การเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ปากหรือสแกนฟันทำชิ้นใหม่คือทางออกที่ดีที่สุด ที่ Veranda Dental Clinic เรามีบริการทำรีเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐาน ครบทั้งแบบลวดและแบบใส โดยให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างฟันอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่แนบสนิท พอดีกับช่องปาก และช่วยคงสภาพรอยยิ้มได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
ไม่ว่าคุณจะเคยจัดฟันจากคลินิกอื่น หรือเป็นคนไข้เก่าที่เคยจัดฟันดามอนกับทางคลินิก ก็สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ได้ ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางของเราพร้อมช่วยประเมินการเคลื่อนตัวของฟัน และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อออกแบบแผนการดูแลรอยยิ้มให้สวยงามคงทน ควบคู่ไปกับสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงในระยะยาว
สรุป การใส่รีเทนเนอร์คือวินัยเพื่อรักษารอยยิ้ม
การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญในการรักษาสภาพฟันให้เรียงสวยเหมือนวันแรกที่ถอดเครื่องมือ แม้จะฟังดูเหมือนต้องใส่ไปตลอดในเวลานอน แต่ก็ถือเป็นการลงทุนลงแรงที่คุ้มค่า เพื่อป้องกันปัญหาฟันล้มจนต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายกลับมาจัดฟันใหม่ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำรีเทนเนอร์ หรือต้องการให้ทันตแพทย์ช่วยประเมินสภาพฟัน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล นัดหมาย หรือส่งภาพฟันมาให้ประเมินเบื้องต้นได้ที่ Line OA : @verandadental เบอร์โทรศัพท์ 081-557-7057 และเฟซบุ๊กเพจ “Veranda Dental Clinic จัดฟัน ดาม่อน ผ่าตัดขากรรไกร” ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำและดูแลรอยยิ้มของคุณอย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์
รีเทนเนอร์มีอายุการใช้งานประมาณกี่ปี?
อายุการใช้งานจะขึ้นอยู่กับประเภทและการดูแลรักษาเป็นหลัก โดยรีเทนเนอร์แบบใสจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 1-2 ปี ส่วนแบบลวดจะมีความทนทานสูงกว่า หากดูแลความสะอาดอย่างดีและไม่ทำตกหล่น อาจมีอายุการใช้งานได้นานถึง 3-5 ปี
ใส่รีเทนเนอร์แล้วรู้สึกคับหรือตึงฟัน เกิดจากอะไร?
อาการนี้มักเกิดจากการที่เราไม่ค่อยได้ใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ฟันเริ่มเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิม เมื่อนำกลับมาใส่จึงเกิดแรงกดที่ทำให้รู้สึกตึง หากยังสามารถใส่จนลงล็อกได้ อาการตึงจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองเมื่อเรากลับมาใส่ต่อเนื่องเป็นประจำ
ทำรีเทนเนอร์แตกหรือหลวม ควรทำอย่างไร?
ควรงดใส่รีเทนเนอร์ชิ้นนั้นทันทีเพื่อป้องกันอันตรายต่อเหงือกและฟัน แล้วรีบเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ปากหรือสแกนทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ เพราะฟันอาจเคลื่อนตัวได้
หากไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์จนฟันล้ม ต้องจัดฟันใหม่หรือไม่?
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับระดับการเคลื่อนตัวของฟัน หากเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจพิจารณาทำรีเทนเนอร์ชุดใหม่เพื่อช่วยประคองหรือปรับตำแหน่งเบา ๆ แต่หากฟันล้มรุนแรงจนโครงสร้างการสบฟันผิดปกติไปมาก อาจกลายเป็นการจัดฟันเคสยากที่ต้องพิจารณาติดเครื่องมือจัดฟันรอบใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งหมดให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม