ฟันสบเปิดคืออะไร? ระวังอันตรายระยะยาวหากปล่อยทิ้งไว้

บทความ

เคยสังเกตไหมว่าเวลาใช้ฟันหน้ากัดอาหารแผ่นบาง ๆ หรือกัดเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้วกัดไม่ขาด ต้องใช้ฟันกรามด้านข้างช่วยกัดแทน หรือบางครั้งเวลาพูดก็รู้สึกว่ามีลมลอดผ่านช่องฟันออกมาจนออกเสียงไม่ชัดเจน หากใครกำลังเจอกับสถานการณ์เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในช่องปากที่เรียกว่า “ฟันสบเปิด”

วันนี้ Veranda Dental Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับภาวะนี้อย่างละเอียด ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการประเมินจากทันตแพทย์ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาวอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตความผิดปกติและรับมือได้อย่างถูกต้อง

ภาวะฟันสบเปิด (Open Bite) คืออะไร?

ภาวะฟันสบเปิด (Open Bite) คือความผิดปกติของการสบฟันรูปแบบหนึ่ง โดยมีลักษณะที่ฟันบนและฟันล่างบางตำแหน่งไม่สามารถแตะสัมผัสกันได้สนิทเมื่อเราหุบปากหรือกัดฟันตามปกติ ทำให้เกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟันอย่างชัดเจน ซึ่งช่องว่างนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในรอยยิ้มและรูปหน้าเท่านั้น แต่ยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาด้านการบดเคี้ยวอาหารและการออกเสียง

ฟันสบเปิดมีกี่ลักษณะ?

ความผิดปกติของการสบฟันรูปแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะบริเวณฟันหน้าเพียงอย่างเดียวตามที่หลายคนเข้าใจ แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ๆ ตามตำแหน่งที่เกิดช่องว่าง ดังนี้

ฟันสบเปิดด้านหน้า (Anterior Open Bite)

เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อย และสังเกตเห็นได้ง่าย ลักษณะคือเมื่อกัดฟันกรามด้านหลังจนสนิทแล้ว ฟันหน้าบนและฟันหน้าล่างจะไม่สามารถสัมผัสกันได้ ทำให้เกิดเป็นช่องว่างด้านหน้าอย่างชัดเจน ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีปัญหาในการใช้ฟันหน้ากัดหรือฉีกอาหาร และอาจมีลมลอดผ่านช่องฟันหน้าเวลาออกเสียงพูด

ฟันสบเปิดด้านหลัง (Posterior Open Bite)

เป็นลักษณะที่สังเกตได้ยากกว่าแบบแรก เนื่องจากฟันหน้าสามารถแตะสัมผัสกันได้ตามปกติ หรืออาจดูเหมือนฟันสบกันดีเมื่อมองจากรอยยิ้ม แต่เมื่อกัดฟันแล้ว ฟันกรามหรือฟันกรามน้อยด้านหลังบางตำแหน่งกลับไม่แตะคู่สบ ทำให้การเคี้ยวอาหารทำได้ไม่ละเอียด และมักจะเผลอเคี้ยวอาหารเพียงข้างใดข้างหนึ่งที่ฟันสามารถสบกันได้

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาฟันสบเปิด

สาเหตุฟันสบเปิด

ปัญหาฟันไม่สบกันเกิดได้จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างโครงสร้างร่างกาย และปัจจัยจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยสาเหตุหลักมักมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

ปัจจัยทางพันธุกรรมและโครงสร้างขากรรไกร

หากบุคคลในครอบครัวมีประวัติโครงสร้างกระดูกขากรรไกรผิดปกติ ก็มีโอกาสที่จะถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น รูปแบบการเจริญเติบโตของขากรรไกรบนและล่างที่ไม่สมดุลกัน หรือขากรรไกรมีการเจริญเติบโตในแนวดิ่งมากเกินไป ทำให้รูปหน้าดูยาวและส่งผลให้ตำแหน่งของฟันบนกับฟันล่างไม่สามารถสบกันได้สนิท

พฤติกรรมเสี่ยงในวัยเด็กและการใช้ลิ้นดันฟัน

พฤติกรรมในช่องปากที่ทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถือเป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่มีการดูดนิ้วหัวแม่มือ การใช้จุกนมหลอกเป็นเวลานาน หรือการชอบกัดเล็บ สิ่งเหล่านี้จะสร้างแรงดันต่อแนวฟัน นอกจากนี้ ภาวะลิ้นดุนฟัน (Tongue Thrust) ที่ลิ้นยื่นเข้าไปในช่องว่างระหว่างฟันหน้าขณะพักหรือขณะกลืนน้ำลาย ก็เป็นแรงผลักซ้ำ ๆ ที่ทำให้ฟันเคลื่อนตัวจนเกิดช่องว่างได้เช่นกัน

การสูญเสียฟันแท้ก่อนเวลาอันควร

การสูญเสียฟันแท้จากปัญหาฟันผุ อุบัติเหตุ หรือโรคเหงือก แล้วไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทน จะทำให้พื้นที่ในช่องปากเกิดช่องว่าง ฟันซี่ข้างเคียงจึงมีแนวโน้มที่จะล้มเอียงเข้ามาหาช่องว่างนั้น ส่งผลให้การเรียงตัวของฟันผิดปกติ และอาจกระทบต่อระนาบการสบฟันจนเกิดภาวะฟันสบเปิดตามมาได้

ปล่อยฟันสบเปิดทิ้งไว้ จะส่งผลเสียระยะยาวอย่างไร?

หลายคนอาจมองว่าถ้าช่องว่างไม่ใหญ่มาก และยังพอเคี้ยวอาหารได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว การปล่อยให้โครงสร้างการสบฟันผิดปกติต่อไปเรื่อยๆ อาจนำมาซึ่งผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว ดังนี้

ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลง กระทบระบบย่อยอาหาร

เมื่อฟันสบกันไม่สนิท การกัดฉีกและการบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียดจึงทำได้ยากลำบาก ส่งผลให้อาหารชิ้นใหญ่ถูกส่งลงสู่กระเพาะอาหาร ระบบย่อยอาหารจึงต้องทำงานหนักขึ้น และในระยะยาวอาจนำมาซึ่งปัญหาท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือการดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่

ปัญหาการออกเสียงพูดไม่ชัดเจน

ช่องว่างระหว่างฟันจะทำให้ทิศทางลมในช่องปากผิดเพี้ยนไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการออกเสียงบางคำ โดยเฉพาะคำที่มีเสียงเสียดแทรก เช่น ตัวอักษร ส, ซ, ช ทำให้พูดไม่ชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการสื่อสารและการเข้าสังคมได้

ความเสี่ยงฟันสึกและปัญหาข้อต่อขากรรไกร

เมื่อฟันสบกันได้เพียงบางตำแหน่ง แรงบดเคี้ยวทั้งหมดจะไปกระจุกตัวอยู่ที่ฟันกลุ่มที่สัมผัสกัน ทำให้ฟันเหล่านั้นต้องรับภาระหนักเกินไปจนเสี่ยงต่ออาการฟันสึกและฟันร้าว นอกจากนี้ การพยายามขยับขากรรไกรเพื่อหาตำแหน่งบดเคี้ยวที่ถนัด ยังอาจทำให้ข้อต่อขากรรไกรทำงานผิดปกติ นำไปสู่อาการปวดเมื่อยขากรรไกร หรือมีเสียงคลิกเวลาอ้าและหุบปาก

ภาวะฟันสบเปิด สามารถปรับตัวและหายเองได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้ว ภาวะการสบฟันที่ผิดปกติจะไม่สามารถหายเองได้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี ยกเว้นในกรณีที่เป็นเด็กเล็กและมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมอย่างการดูดนิ้ว หากสามารถหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในช่วงที่กระดูกขากรรไกรยังมีการเจริญเติบโต โครงสร้างฟันอาจมีการปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้นได้ แต่สำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่กระดูกขากรรไกรหยุดการเจริญเติบโตแล้ว การหยุดพฤติกรรมเสี่ยงจะไม่สามารถดึงฟันที่ห่างกันให้กลับมาสบกันได้ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาและปรับโครงสร้างด้วยวิธีทางทันตกรรมเท่านั้น

แนวทางการรักษาและแก้ไขปัญหาฟันสบเปิด

วิธีรักษาฟันสบเปิด

การรักษานั้นทันตแพทย์จะต้องประเมินจากสาเหตุหลัก อายุ และความรุนแรงของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยมีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่องปาก

หากปัญหาเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อหรือพฤติกรรม ทันตแพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นอันดับแรก เช่น การงดดูดนิ้ว หรือการฝึกกล้ามเนื้อช่องปากเพื่อแก้ไขพฤติกรรมลิ้นดุนฟัน ในบางกรณีอาจมีการใช้เครื่องมือพิเศษในช่องปากเพื่อช่วยปรับทิศทางการทำงานของลิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันถูกดันกลับไปสบเปิดอีกหลังการรักษา

การแก้ไขด้วยเครื่องมือจัดฟัน

สำหรับเคสที่มีปัญหามาจากตำแหน่งและการเรียงตัวของฟัน การใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อดึงฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องคือทางออกที่เหมาะสม ปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันโลหะที่เป็นมาตรฐาน หรือการจัดฟันดามอนที่ช่วยให้การเคลื่อนฟันเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเจ็บน้อยกว่า รวมถึงการจัดฟันใสที่สามารถควบคุมแรงดึงฟันผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม โดยทันตแพทย์จะพิจารณาใช้หมุดจัดฟัน (Mini-screw) ร่วมด้วยในบางเคส เพื่อช่วยควบคุมทิศทางการเคลื่อนฟันให้แม่นยำยิ่งขึ้น

การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกรร่วมด้วยอย่างชัดเจน ซึ่งจัดเป็นการจัดฟันเคสยาก การใช้เครื่องมือดึงฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการประเมินร่วมกับศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล เพื่อวางแผนการผ่าตัดปรับตำแหน่งกระดูกขากรรไกรบนและล่างให้เกิดความสมดุล ควบคู่ไปกับการจัดเรียงฟัน (เรียกสั้น ๆ ว่า จัดฟันร่วมกับผ่าตัดขากรรไกร) เพื่อให้ได้ทั้งการสบฟันที่สมบูรณ์และโครงสร้างใบหน้าที่สมส่วน

แก้ไขฟันสบเปิด ปรึกษาจัดฟันที่ Veranda Dental Clinic

ปัญหาฟันไม่สบกันมีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ที่ Veranda Dental Clinic เรามีเทคโนโลยีเครื่องสแกนฟัน 3 มิติ (iTero 5D+) และเครื่องเอกซเรย์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้ทันตแพทย์สามารถวิเคราะห์โครงสร้างขากรรไกรและการเรียงตัวของฟันได้อย่างละเอียดและแม่นยำ

คลินิกของเราพร้อมดูแลทุกปัญหาโครงสร้างช่องปากโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา ออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรียงฟันด้วยเครื่องมือประเภทต่าง ๆ หรือการวางแผนรักษาร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีการชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใสไร้ความกังวล

สรุป จัดการปัญหาฟันสบเปิดเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี

ภาวะฟันสบเปิดไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือปัญหาสุขภาพช่องปากที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตทั้งเรื่องการกินและการสื่อสาร การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต หากสังเกตเห็นว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีลักษณะฟันไม่สบกัน สามารถเข้ามาพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ โดยติดต่อสอบถามข้อมูล นัดหมายประเมิน หรือส่งภาพฟันเบื้องต้นมาได้ที่  Line OA : @verandadental เบอร์โทรศัพท์ 081-557-7057 และเฟซบุ๊กเพจ “Veranda Dental Clinic จัดฟัน ดาม่อน ผ่าตัดขากรรไกร” ทีมงานและทันตแพทย์ยินดีดูแลและคืนรอยยิ้มที่มั่นใจให้กับทุกคน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับฟันสบเปิด

ฟันสบเปิด แตกต่างจากฟันสบลึกอย่างไร?

ทั้งสองอย่างคือความผิดปกติของการสบฟัน ฟันสบเปิด (Open Bite) คือภาวะที่ฟันบนและล่างไม่แตะกันจนมีช่องว่าง ส่วนฟันสบลึก (Deep Bite) คือภาวะที่ฟันหน้าบนสบคร่อมปิดทับฟันหน้าล่างลึกมากเกินไปจนแทบจะมองไม่เห็นฟันล่าง

จัดฟันใสสามารถแก้ไขปัญหาฟันสบเปิดได้หรือไม่?

สามารถใช้แก้ไขได้ในหลาย ๆ เคส โดยเฉพาะเคสที่มีสาเหตุหลักมาจากตำแหน่งฟันผิดปกติ อย่างไรก็ตาม การจะทราบว่าจัดฟันแบบใสเหมาะสมกับตัวเราหรือไม่ ต้องให้ทันตแพทย์ประเมินความรุนแรงของปัญหาและโครงสร้างขากรรไกรร่วมด้วย

มีอาการฟันสบเปิด จำเป็นต้องผ่าตัดขากรรไกรทุกเคสไหม?

ไม่จำเป็นทุกเคส หากความผิดปกติมีสาเหตุมาจากการเรียงตัวของฟันเพียงอย่างเดียว ก็สามารถรักษาได้ด้วยการดึงฟัน การผ่าตัดขากรรไกรจะถูกพิจารณาในผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ และมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกขากรรไกรร่วมด้วยอย่างชัดเจนเท่านั้น

Popular Posts

บทความที่เกี่ยวข้อง